วิเคราะห์เกมการแข่งระหว่าง เรอัล มาญอร์ก้า กับ บาร์เซโลน่า

วันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2563 เวลา 03.00 น.(ตามเวลาประเทศไทย)

 

 

ความพร้อมของเรอัล มาญอร์ก้า

“ชาวเกาะ” ต้องออกสตาร์ตเกมแรกของลาลีก้า หลังโควิด-19 ด้วยการเจองานช้างอย่าง บาร์เซโลน่า ทีมจ่าฝูงของตาราง แต่ยังดีที่พวกเขาได้เล่นในบ้ายตัวเอง ทำให้กุมความได้เปรียบอยู่เล็กน้อยจากการไม่ต้องเดินทางแม้ว่าระยะทางจาก มาญอร์ก้า ไปยังแคว้นกาตาลัน จะไม่ไกลกันสักเท่าไหร่ก็ตาม

 

เกมนี้เจ้าบ้านจะไม่มี เลโอนาร์โด คูตริส และ ลูมอร์ อักเบนเยนู แน่นอนแล้ว หลังยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ แต่ตำแหน่งอื่น ๆ ฟิตสมบูรณ์พร้อม โดยเฉพาะ ทาเคฟุสะ คุโบะ ตัวยืมจากเรอัล มาดริด ที่ก่อนพักโควิด-19 ทำผลงานได้ดีกับทีมมากทีเดียว

 

เกมนี้ แม้จะเป็นเจ้าบ้าน แต่โอกาสที่พวกเขาจะโดนกดใส่ตั้งแต่ต้นเกมมีสูงมาก เพราะคู่แข่งค่อนข้างเหนือชั้นกว่า แต่พวกเขาเองก็ต้องการคะแนนเพื่อหนีจากโซนตกชั้น และอาจจะใช้จังหวะโต้ในการเล่นงานทีมเยือน ซึ่งต้องมาดูถึงวินัยการเล่นเกมรับของพวกเขาในเกมนี้ด้วย

 

ผลงานของเรอัล มาญอร์ก้า 5 นัดล่าสุด

09/02/20 แพ้ เอสปันญ่อล 0-1 (เยือน, ลา ลีกา)

15/02/20 ชนะ อลาเบส 1-0 (เหย้า, ลา ลีกา)

22/02/20 เสมอ เรอัล เบติส 3-3 (เยือน, ลา ลีกา)

02/03/20 แพ้ เคตาเฟ่ 0-1 (เหย้า, ลา ลีกา)

07/03/20 ชนะ เออิบาร์ 2-1 (เยือน, ลา ลีกา)

 

ความพร้อมของบาร์เซโลน่า

จ่าฝูงในศึกลาลีกา กลับมาพร้อมกับสภาพที่ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ แม้สัปดาห์ที่ผ่านมา จะมีข่าวว่า ลิโอเนล เมสซี่ กองหน้าคนสำคัญมีอาการบาดเจ็บต้นขา และต้องแยกซ้อมจากเพื่อน ๆ เป็นเวลา 2 วันก็ตาม แต่รายงานล่าสุดก็ยืนยันว่าเขาจะลงสนามได้อย่างแน่นอน

 

ข่าวดีอีกอย่างคือ หลุยส์ ซัวเรซ ที่บาดเจ็บไปในช่วงต้นปี และต้องพักทั้งฤดูกาลตามกำหนดเดิมนั้น กลับมาฟิตพร้อมลงเล่นได้แล้วเนื่องจากฤดูกาลถูกเลื่อนออกมา ทำให้ 3 ประสาน เมสซี่, ซัวเรซ และ อองตวน กรีซมันน์ จะได้ลงสนามครบทีมอีกครั้ง

 

อย่างไรก็ตาม อุสมาน เดมเบเล่ ยังไม่หายจากอาการบาดเจ็บ และ เคลมองต์ ลองเล่ต์ ก็ติดโทษแบน ลงสนามนัดนี้ไม่ได้แน่นอน ส่วน เนลสัน เซเมโด้ ก็จะลงสนามไม่ได้เช่นกัน หลังจากโดนแบนเพราะไปละเมิดแนวทางปฏิบัติตัวในช่วงโควิด-19 ของลาลีกา แต่นอกจากนี้แล้ว พร้อมลงเล่นในเกมนี้ครบถ้วน

 

ผลงานของบาร์เซโลน่า 5 นัดล่าสุด

15/02/20 เคตาเฟ่ 2-1 (เหย้า, ลา ลีกา)

22/02/20 เออิบาร์ 5-0 (เหย้า, ลา ลีกา)

26/02/20 นาโปลี 1-1 (เยือน, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก)

02/03/20 เรอัล มาดริด 0-2 (เยือน, ลา ลีกา)

08/03/20 เรอัล โซเซียดาด 1-0 (เหย้า, ลา ลีกา)

 

ผลการพบกันของทั้งสองทีม

30/10/11 บาร์เซโลน่า ชนะ มายอร์ก้า 5-0 (ลา ลีกา)

25/03/12 มายอร์ก้า แพ้ บาร์เซโลน่า 0-2 (ลา ลีกา)

11/11/12 มายอร์ก้า แพ้ บาร์เซโลน่า 2-4 (ลา ลีกา)

07/04/13 บาร์เซโลน่า ชนะ มายอร์ก้า 5-0 (ลา ลีกา)

08/12/19 บาร์เซโลน่า ชนะ มายอร์ก้า 5-2 (ลา ลีกา)

 

รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม

มายอร์ก้า (3-5-1-1) : มาโนโล่ เรน่า – มาร์ติน วัลเยนต์, อันโตนิโอ ไรโย่, อเล็กซานดาร์ เซ็ดลาร์ – ฟราน กาเมซ, ซัลบา เซบีย่า, อิดดริซู บาบา, ดานี่ โรดริเกซ, โจน ซาสเตร – อเล็กซ์ เฟบาส – อันเต้ บูดิมีร์

 

บาร์เซโลน่า (4-3-3) : มาร์ก-อังเดร แทร์ สเตเก้น – เซร์จี้ โรเบร์โต้, เคราร์ด ปีเก้, ซามุแอล อุมติตี้, จอร์ดี้ อัลบา – เซร์คิโอ บุสเก็ตส์, เฟร้งกี้ เดอ ยอง, อาร์ตูร์ เมโล่ – ลิโอเนล เมสซี่, อองตวน กริซมันน์, หลุยซ์ ซัวเรซ

 

วิเคราะห์ผลบอล

ดูตามเนื้อผ้าแล้ว เกมนี้ทั้งสองทีมค่อนข้างห่างชั้นกันมากพอสมควร ดังนั้นทีมเจ้าบ้านหากอยากได้แต้ม เกมนี้ต้องมาเล่นรับและโต้กลับให้ดี และห้ามใช้โอกาสเปลืองถึงจะมีโอกาสได้คะแนนหลังจบ 90 นาที เพราะ บาร์ซ่าเองต้องบุกเอาตายเพื่อเก็บ 3 คะแนนในเกมนี้และการันตีการเป็นจ่าฝูงต่อไปในสัปดาห์นี้ให้ได้

 

เครื่องหมายคำถามคือ การที่บาร์ซ่า เพิ่งได้ ซัวเรซ กลับมาครั้งแรกในรอบเกือบครึ่งปี เขาจะเล่นได้ดีแค่ไหน ซึ่งถ้าเขายังประสานงานกับ เมสซี่ และ กรีซมันน์ ได้เหมือนเมื่อตอนก่อนเข้าได้รับบาดเจ็บไป เกมนี้โอกาสของเจ้าบ้านจะน้อยมาก แต่ถ้าความเฉียบคมนั้นยังไม่กลับมา เจ้าบ้านก็พอมีโอกาส

 

หากต้องฟันธงก็คงเลือกไม่ยากว่าทีมเยือน มีโอกาสมากกว่าที่จะคว้าชัยในเกมนี้ และน่าจะเป็นชัยชนะที่ค่อนข้างขาดด้วยทั้งในแง่ของสกอร์ และ รูปเกม ซึ่งน่าจะทำให้เกมนี้เรียกความมั่นใจให้พวกเขาในการกลับมาเล่นกันอีกครั้งในศึกลาลีก้าครั้งนี้ได้อย่างสวยงามด้วย

 

ผลที่คาด : เรอัล มาญอร์ก้า แพ้ บาร์เซโลน่า 0-3