ฟุตบอลไทย  ทำไม ฟุตบอลไทยถึงไปได้ ไม่ไกลสักที

ฟุตบอลไทย วงการกีฬาในยุคปัจจุบันนี้ ที่ได้รับการยอมรับ และติดตามเป็นจำนวนมาก นั้นก็คือ กีฬาฟุตบอลนั้นเอง ไม่เพียงแต่เกิดขึ้น ในเมืองไทยเพียงอย่างเดียว แต่รวมไปถึงหลายๆ ประเทศทั้งในโซนเอเชีย ยุโรป หรือแม้เเต่โซนจาก อเมริกาใต้

ในแทบเอเชียบ้านเรานั้น ที่ตอนนี้เป็นที่โด่งดังเป็นอย่างมาก นั้นก็คือ บอลไทยสู้ๆ ฟุตบอลลีกจากประเทศ ญี่ปุ่น หรือ เจลีกนั้นเองเพราะที่นั้น ได้มีนักเตะไทยไปค้าแข้งอยู่จำนวนหลายคน นั้นก็ได้แก่ ชนาธิป สรงกระสินธ์ อยู่กับทีม คอนซาโดเล ซัปโปโร, ธีราทร บุญมาทัน อยู่กับทีม โยโกฮามา เอฟ มารินอส และ ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ อยู่กับทีม โออิตะ ทรินิตะ

แต่ก็ยังมีนักเตะไทย อีกหลายๆคนที่ไปค้าแข้งอยู่ กับต่างประเทศอย่างที่ประเทศ ญี่ปุ่น อันนี้แค่ตัวอย่างคร่าวๆ ที่ได้เอามานำเสนอ เพราะยังมีนักเตะที่เก่งๆ อยู่หลายคน ที่ตอนนี้ก็ได้ค้าแข้งอยู่ อาจจะเป็นการซื้อขาด หรือเป็นการยืมตัว ก็เเล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละทีม

สนามกีฬาหลักที่ทีมชาติไทยนั้น ใช้ทำการเเข่งขันฟุตบอล เมื่อครั้งในอดีตนั้นก็คือ สนามศุภชลาศัย ซึ่งเเต่เดิมนั้นสนามแห่งนี้ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า สนามกรีฑาสถาน ซึ่งตั้งอยู่ กรุงเทพมหานคร โดยที่ก่อสร้างในปี พ.ศ.2480 จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2484 เป็นเวลากว่า 4 ปีเลยทีเดียว ถึงได้ทำการสร้างเสร็จ

ซึ่งสนามกีฬาแห่งนี้ ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อการแข่งขัน ฟุตบอลในประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังใช้จัดการแข่งขันอย่างอื่นอีก ไม่ว่านะเป็นกรีฑาประเภทลู่ และประเภทลาน รักบี้ เบสบอล และกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของชาวเอเชีย กีฬาเอเชียนเกมส์ และอื่นๆอย่าง จัดงานเวทีคอนเสริท์ ก็เคยมีให้เห็นมาแล้ว

หรือแม้กระทั้งรายการฟุตบอลใหญ่ อาทิ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ, ฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคีเป็นต้น โดยที่สนามแห่งนี้นั้น สามารถจุผู้ชมแฟนบอลได้ราวๆประมาณ 19,000 คนเลยที่เดียว ฟุตบอล ประวัติ

สนามกีฬาหลักที่ทีมชาติไทยนั้น ใช้ทำการเเข่งขันฟุตบอล เมื่อครั้งในอดีตนั้นก็คือ สนามศุภชลาศัย ซึ่งเเต่เดิมนั้นสนามแห่งนี้ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า สนามกรีฑาสถาน ซึ่งตั้งอยู่ กรุงเทพมหานคร โดยที่ก่อสร้างในปี พ.ศ.2480 จนแล้วเสร็จในปี พ.ศ.2484 เป็นเวลากว่า 4 ปีเลยทีเดียว ถึงได้ทำการสร้างเสร็จ

ซึ่งสนามกีฬาแห่งนี้ ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อการแข่งขัน ฟุตบอลในประเทศเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ยังใช้จัดการแข่งขันอย่างอื่นอีก ไม่ว่านะเป็นกรีฑาประเภทลู่ และประเภทลาน รักบี้ เบสบอล และกีฬาที่ยิ่งใหญ่ของชาวเอเชีย กีฬาเอเชียนเกมส์ และอื่นๆอย่าง จัดงานเวทีคอนเสริท์ ก็เคยมีให้เห็นมาแล้ว

หรือแม้กระทั้งรายการฟุตบอลใหญ่ อาทิ ฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก, ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพ, ฟุตบอลประเพณีจตุรมิตรสามัคคีเป็นต้น โดยที่สนามแห่งนี้นั้น สามารถจุผู้ชมแฟนบอลได้ราวๆประมาณ 19,000 คนเลยที่เดียว

จุดกำเนิดของฟุตบอลลีก ฟุตบอลไทยลีก ฟุตบอลไทย 

ในอดีตนั้นการเเข่งขันฟุตบอล ในประเทศไทยนั้นจะแข่งที่ กรุงเทพฯ กันเป็นส่วนใหญ่ เพราะจากมีสนามที่พร้อมอยู่หลายๆสนาม ซึ่งก็ได้แก่ สนามศุภชลาศัย , สนามฟุตบอลเทพหัสดิน , สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา และสนามกีฬา สมโภช 700 ปี ซึ่งอันหลังสุดนี้นั้นตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่

โดยที่สมัยก่อนนั้น การแข่งขันฟุตบอล ก็คล้ายๆกับปัจจุบัน แต่วิธีการเรียกนั้น แตกต่างกันไปเลย ได้แก่ ฟุตบอลไทยลีก ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก, ข, ค, ง, ตามลำดับโดยที่ตอนนั้น สโมสรส่วนใหญ่จะเป็น พวกที่มาจาก ทหาร ตำรวจ โรงงานยาสูป ซึ่งเป็นสโมสรที่เกี่ยวข้องกับ รัฐบาลทั้งสิ้น

ฟุตบอลไทย

ไม่เหมือนสมัยนี้ที่ มีนายทุนเข้ามาทำทีม เพื่อที่จะหวังผลกำไร และมีชื่อเสียง ก็เลยเกิดทีมของเเต่ละ สโมสรขึ้นมาทั้งนี้เป็นเพราะ การที่ลีกในเมืองไทยนั้น จะเข้าไปแข่งขันรายการ เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ของเอเชียได้นั้น

ทาง สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ก็ได้มีเงื่อนไขเอาไว้หลายๆอย่าง แบบเข้มงวดที่สุด เพราะจะเป็นการได้มาตรฐาน ของกีฬาชนิดนี้ ฉะนั้นเราจึงเห็นการจัดตั้ง สโมสรมากมายในรูปแบบ ของ บริษัท

โดยที่ปัจจุบันนั้น ประเทศไทยก็ได้เป็นสมาชิกของ สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย ดูบอล123

กว่าจะมาเป็น ไทยพรีเมียร์ลีก บอลไทยสู้ๆ 

โดยที่ได้กล่าวมาข้างต้น เกี่ยวกับจุดกำเนิดฟุตบอลไทย จากนั้นทางสมาคมฟุตบอล ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงมาตลอดเวลา ตามแต่ละสปอนเซอร์ ที่ให้การสนับสนุนในขณะนั้น ได้แก่

จอห์นนี วอล์กเกอร์ ไทยแลนด์ ซอก จัดครั้งที่1-2 

คาลเท็กซ์ ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก จัดครั้งที่3-5

จีเอสเอ็ม ไทย ลีก จัดครั้งที่6-8

ไทยลีก จัดครั้งที่9-10

ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก จัดครั้งที่11-13

ไทย พรีเมียร์ ลีก จัดครั้งที่14

สปอนเซอร์ ไทย พรีเมียร์ ลีก จัดครั้งที่15-17

โตโยต้า ไทย พรีเมียร์ ลีก จัดครั้งที่18

แต่จนแล้วจนรอด ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลง อีกตามเคยไล่ตั้งแต่ สปอนเซอร์ ไทยพรีเมียร์ลีก, โตโยต้า ไทยพรีเมียร์ลีก, ไทยแลนด์ซอกเกอร์ลีก, ไทยแลนด์พรีเมียร์ลีก และสุดท้ายก็มาลงที่ ไทยพรีเมียร์ลีก

ซึ่งวิธีนี้นั้นก็จะทำให้แฟนบอลที่ อยู่ต่างจังหวัดนั้น ได้มีโอกาสสัมผัสกับเกมส์ และยังได้ใกล้ชิด กับนักเตะอีกด้วย โดยตอนนี้ทีมที่ประสบความสำเร็จ ที่มีแฟนบอลหนาแน่นเข้าไปเชียร์ การเก็บรายได้เข้าสโมสร การขายของที่ระลึก หรือแม้กระทั้ง การได้ไปเล่นถ้วยใบใหญ่อย่าง เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก

โดยทีมที่เป็นขาประจำก็ได้แก่ สโมสรบีอีซี เทโรศาสน, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, ชลบุรี เอฟซี โดยที่ทั้ง 3 ทีมนี้จะผลัดกันเป็นแชมป์ไป โดยที่ตอนนี้แชมป ที่มากที่สุดก็คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นแชมป์ ลีกมากที่สุด 7 ครั้งด้วยกัน อันนี้ยังไม่รวมถึง ฟุตบอลถ้วยอื่นๆอีก ที่ได้สะสมไว้อย่างมากมาย

วงการไทยในปัจจุบัน ฟุตบอลไทยซีเกมส์

โดยในอดีตนั้นนักเตะทีมชาติไทย ที่เป็นชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก นั้นก็คือชุด เดรียมทีม นักเตะทีนี้อยู่ภายใต้การดูแลของ ธวัชชัย สัจจกุล (ชื่อในขณะนั้น)หรือ บิ๊กหอย นั้นเองทีมนี้นั้น ประกอบไปด้วยนักเตะ ที่เราเหล่าแฟนบอลรู้จักกันดี ในยุค 90

ซึ่งตอนนั้นมีกองหน้าอย่าง เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หรือชื่อเล่นว่า ซิโก้ เวลาที่เขาทำประตูได้ เขาจะชอบ ตีลังกาอยู่ทุกครั้้ง เขาจึงได้ฉายาว่า ศูนย์หน้าจอมตีลังกา แล้วนักเตะยุคนั้นก็มีหลายๆคน ได้แก่ ตะวัน ศรีปาน ,ดุสิต เฉลิมแสน ,นที ทองสุขแก้ว และหลายท่าน

เรียกได้ว่าช่วงนั้น วงการฟุตบอลไทย เป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เพราะตอนนั้นทีมชาติไทย เป็นทีมฟุตบอลทีมหนึ่งในย่าน อาเซียน ฟุตบอลไทยซีเกมส์ ที่ไม่มีใครสามารถที่จะล้มได้

โดยที่ทีมชาติไทยนั้น เคยได้เข้าร่วมการเเข่งขัน โอลิมปิคมาแล้ว 2 ครั้งด้วยกันซึ่งเกิดในปี พ.ศ.2499 ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย โดยที่ต้องย้อนกลับไปถึง 59 ปีที่แล้ว

และครั้งที่ 2 ที่ได้ไปโลดเล่นอีกครั้งก็คือ 2511 เมืองเม็กซิโก ซิตี้ ประเทศเม็กซิโก ผลการแข่งขันทั้ง 2 ครั้งปรากฎว่าแพ้รวดหมด และยิงได้เพียงประตูเดียวเท่านั้นจาก อุดมศิลป์ สอนบุตรนาค

หลังจากนั้นเป็นต้นมา ทีมชาติไทยก็ไม่เคยได้ไปเลย รวมถึงฟุตบอลโลกด้วย นั่นเพราะเราใช้เงินลงทุนของเรา ไปอย่างมี “ประสิทธิภาพ” และมี “คุณภาพ” หรือเปล่า….

ช่องทางติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ >>>>> @bet123v1