“หงส์แดง” ไม่พลาดสามแต้มหลังไล่บดเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 ซาดิโอ มาเน่ ยิงเม็ดแรกในแอนฟิลด์ปีนี้ ก่อนที่ ติอาโก้ จะซัดปิดกล่องซึ่งเป็นประตูแรกในสีเสื้อหงส์แดงนับแต่ย้ายมาจากบาเยิร์น เอาฤกษ์เอาชัยก่อนบุกไปเยือน “ผีแดง” เพื่อทำศึกแดงเดือดที่เลื่อนมาแข่งใหม่คืนวันพฤหัสฯที่ 13 พ.ค.นี้ โดย ลิเวอร์พูล มีเพิ่มเป็น 57 คะแนน แซงสเปอร์สรั้งอันดับ 6 ตามหลังท็อปโฟร์โควตาแชมเปี้ยนส์ลีก 6 แต้ม ส่วน “นักบุญ” รั้งอันดับ 16 เหมือนเดิม ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันเสาร์ที่ผ่านมา

เกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายคืนวันเสาร์ที่ 8 พฤษภาคมที่ผ่านมา แชมป์เก่า ลิเวอร์พูล ที่รั้งอันดับ 7 เปิด แอนฟิลด์ รับการมาเยือนของ เซาธ์แฮมป์ตัน อันดับ 16 ของตาราง

“หงส์แดง” ได้พักมาเต็มๆหลังศึก “แดงเดือด” ที่ต้องดวลกับ แมนฯยูไนเต็ด เมื่อวีกก่อนเจอแฟนบอลป่วนทำให้ต้องเลื่อนออกไปเตะในวันที่ 13 พ.ค.นี้แทน โดย เจอร์เก้น คล็อปป์ พาทีมไม่ชนะมาสองเกมติดแล้ว เกมนี้ต้องคว้าชัยให้ได้สถานเดียวเพื่อโอกาสลุ้นจบท็อปโฟร์ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลหน้า แนวรุกใช้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ดีโอโก้ โชต้า และ ซาดิโอ มาเน่

ส่วน “นักบุญ” ของ ราล์ฟ ฮาเซ่นฮึทเทิ่ล เกมที่แล้วเสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 1-1 ซึ่งเกมนี้หากบุกมาเอาชนะได้จะการันตีอยู่รอดปลอดภัยในลีกทันที โดยแนวรุกหวังพึ่ง เช อดัมส์ และนาธาน เร้ดมอนด์ โดยมี เจมส์ วอร์ด-เพราส์ ปั้นเกมรุกตรงกลาง

เกมครึ่งแรก นาทีที่ 10 เป็นโอกาสแรกของ ลิเวอร์พูล เทรน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ วางยาวมาให้ ซาดิโอ มาเน่ ในกรอบพักอกแล้วยิงด้วยขวาเหินคานออกไป

นาที 19 “หงส์แดง” เกือบได้ลุ้นขึ้นนำหลัง มาเน่ ดีดออกขวาให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซัดมุมแคบแต่ยังไปติดขา เฟร์เซอร์ ฟอร์สเตอร์ บล็อคออกหลังไปได้ และจากลูกเตะมุมเข้ามา เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ เฉียดคานออกไปนิดเดียว

นาที 25 เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ต้องออกแรงเหนื่อยอีกหลัง มาเน่ ไหลต่อให้ ดีโอโก้ โชต้า เลี้ยงแหวกแนวรับทีมเยือนเข้าไปก่อนจะซัดเสาแรกแต่ยังโดน ฟอร์สเตอร์ ทุบบอลออกไปได้

อีกนาทีต่อมา จากจังหวะต่อเนื่องของลูกเตะมุม เทรน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ เปิดบอลมากลางประตูให้ จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม หนีตัวประกบเทกขึ้นโขกบอลไปหล่นบนคานออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาที 30 เซาธ์แฮมป์ตัน ทิ้งโอกาสทองขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย บอลโต้กลับจาก ธีโอ วัลค็อตต์ แทงขึ้นหน้าให้ นาธาน เตลล่า หลุดเข้าไปในกรอบก่อนปาดเลียดมาให้ เช อดัมส์ ยิงไปติดตัว อลีสซง เบ็คเกอร์ แม้ เร้ดมอนด์ เก็บบอลได้แต่จังหวะซ้ำดันยิงไปตรงตัวเข้ามืออลีสซงอีกที

เมื่อทำไม่ได้ อีกนาทีต่อมา นาที 31 เจ้าบ้าน “หงส์แดง” ชิงขึ้นนำ 1-0 สำเร็จ จากจังหวะที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เปิดด้วยซ้ายมาในกรอบ 6 หลา ถึง ซาดิโอ มาเน่ โฉบมาโขกบอลลงพื้นเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม

นาที 36 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หลุดเดี่ยวเข้าไปก่อนแตะบอลหนี ฟอร์สเตอร์ ไปแล้วแต่ยังยิงไปติดบล็อคแนวรับนักบุญ แม้จังหวะต่อมา ติอาโก้ จะซ้ำอัดเข้าไปแต่ก็ยังไปติดแนวรับทีมเยือนอีก

นาที 44 นักบุญ พยายามกดดันใส่เจ้าถิ่นบ้างและเกือบได้ตีเสมอ หลังนาธาน เร้ดมอนด์ ครอสมาในกรอบให้ นาธาน เตลล่า ขึ้นโขกเดี่ยวๆ แต่บอลไปตรงตัว อลีสซง เบ็คเกอร์

จบครึ่งแรก ลิเวอร์พูล ออกนำ เซาธ์แฮมป์ตัน 1-0

กลับมาบู๊กันต่อในครึ่งหลัง นาที 49 ดีโอโก้ โชตา กระชากบอลเข้าไปซัดเสาแรกแต่ยังโดน เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ที่ยืนคุมเสาปัดออกหลัง ก่อนชอตต่อเนื่อง  เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์ จะโขกบอลจากลูกเตะมุมแต่ก็หลุดกรอบออกไปแบบได้เสียวอีก

นาที 66 ทีมเยือนเปลี่ยนสองคนรวดส่ง อิบราฮิม่า ดิยัลโล่ และไมเคิ่ล โอบาเฟมี่ ลงมาเล่นแทน

และแค่สัมพัสแรกของ โอบาเฟมี่ ในนาทีต่อมาเกือบพานักบุญได้ลูกตีเสมอหลังโฉบมาซัดบอล แต่ยังไปติดเซฟของ อลีสซง หวุดหวิด

เกมรุกของเซาธ์ฯมาเป็นชุด นาที 70 ได้ลุ้นอีกครั้งหลัง ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส เปิดลึกมาเสาไกลให้ ดิยัลโล่ โขกตั้งเข้ากลางให้ โอบาเฟมี่ วอลเลย์เต็มข้อแต่บอลพุ่งแรงไปติดมือ อลีสซง ปัดออกหลังไป เป็นเซฟที่ 4 ของนายด่านทีมชาติบราซิลในเกมนี้

อีกนาทีถัดมา เช อดัมส์ ได้หลุดเข้าไปซัดมุมแคบในกรอบ แต่ยังดีที่ อลีสซง ออกมาปิดมุมเร็วก่อนตะครุบบอลเข้ามือไว้ได้

นาที 81 แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ตักบอลมาในกรอบให้ ซาดิโอ มาเน่ หลุดเข้าไปซัดเข้าก้นตาข่ายไปแล้ว แต่ถูกจับล้ำหน้าชวดทำประตูที่สองของตัวเองและให้ทีมนำห่าง

นาที 90 หงส์แดงมาได้ประตูที่สองสำเร็จ หลัง ฟีร์มีโน่ ตัวสำรองไหลบอลให้ ติอาโก้ ซัดผ่านมือ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ เข้าไปให้ ลิเวอร์พู
ล นำห่าง 2-0

จบเกม ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 2-0 เก็บสามแต้มมีเพิ่มเป็น 57 คะแนน แซงสเปอร์สขึ้นรั้ง อันดับ 6 ตามหลัง “ขุนค้อน” แต้มเดียว และตามหลัง เลสเตอร์ อันดับ 4 อยู่ 6 คะแนน ส่วน “นักบุญ” รั้งอันดับ 16 ยังไม่ปลอดภัยแม้มีแต้มมากกว่าโซนตกชั้น 10 คะแนน

 รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม

ลิเวอร์พูล (4-3-3) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เทรน อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, เนธาเนี่ยล ฟิลลิปส์, รีส์ วิลเลี่ยมส์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ติอาโก้ อัลคันทาร่า, ฟาบินโญ่, จอร์จินโย่ ไวจ์นัลดุม – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน น.87), ดีโอโก้ โชต้า (โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ น.79), ซาดิโอ มาเน่ (เคอร์ติส โจนส์ น.90+3)

ผู้จัดการทีม : เจอร์เก้น คล็อปป์

 เซาธ์แฮมป์ตัน (4-4-2) : เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ – ไคล์ วอล์คเกอร์-ปีเตอร์ส, แยน เบ็ดนาเร็ก, ยันนิค เวสเตอร์การ์ด, แจ็ค สตีเฟ่นส์ – ธีโอ วัลคอตต์ (อิบราฮิม่า ดิยัลโล่ น.66), เจมส์ วอร์ด-เพราส์, สจ๊วร์ต อาร์สตรอง, นาธาน เตลล่า (ไมเคิ่ล โอบาเฟมี่ น.66) – เช อดัมส์ (มูสซ่า เฌเนโป น.79), เนธาน เร้ดมอนด์

สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ : https://thaisoccernews.com/

สามารถติดต่อเราเพิ่มเติมได้ที่ : @vvip123